อติรุจ วินัยเจริญชัย เก็บสองเบอร์ดี้ในสี่หลุมสุดท้ายก่อนจบวัน 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองวันขึ้นมานำร่วมกับ ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม ด้วยสกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 135 นำหน้า สาริศ สุวรรณรัตน์ 1 สโตรก ในศึกกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการสิงห์-เอสเอที ปราจีนบุรี แชมเปียนชิพ 2019 ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ หรือ เคบีเอสซี ระยะ 8,038 หลา พาร์ 72 จ.ปราจีนบุรี

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขัน สิงห์-เอสเอที ปราจีนบุรี แชมเปียนชิพ 2019 ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยผู้ชนะเลิศจะรับเงินรางวัลไปครอง 240,000 บาท เป็นรายการสะสมเงินรางวัลออเดอร์ ออฟ เมอริท รายการที่ห้าของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ฤดูกาลนี้ แข่งขันระหว่างวันที่ 7-10 สิงหาคม 2562 ณ สนามกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ หรือ เคบีเอสซี ระยะ 8,038 หลา พาร์ 72 จ.ปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมาเป็นรอบสองของการแข่งขัน อติรุจ วินัยเจริญชัย โปรวัย 19 ปีจากชลบุรีเก็บเพิ่มอีก 4 เบอร์ดี้ ซึ่งรวมถึง 2 เบอร์ดี้ใน 4 หลุมสุดท้ายก่อนจบสกอร์รอบสามเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองวันขยับขึ้นนำร่วมกับ ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม ที่ในรอบสองหนีไม่ออกทำเข้ามาเพียง อีเวนพาร์ 72 รวมสองวันมีคนละ 9 อันเดอร์พาร์ 135

อติรุจ วินัยเจริญชัย ที่ประเดิมแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ไปแล้วในการแข่งขันที่รอยัลฮิลล์ จ.นครนายก เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาเปิดเผยว่า “ออกไปช่วงเก้าหลุมแรกช็อตขึ้นกรีนไม่ดีเลย น่าจะตีผิดไป 3-4 กรีน พอเข้ารอบหลังมีจังหวะทำก็ทำไปเรื่อยๆ แต่โดยรวมถือว่าเหล็กไม่ดีเลย แต่ที่เหลือนอกจากนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยครับ”

อดีตนักกอล์ฟทีมชาติไทยวัย 19 ปี จากชลบุรี ยังได้กล่าวถึงโอกาสที่จะลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สองในชีวิตด้วยว่า “ก็อย่างที่บอกครับ ผมลงไปเล่นแต่ละครั้งขอวันละสามอันเดอร์ อีกสองวันที่เหลือขอเหล็กแม่นๆหน่อย แต่เป้าหมายก็ยังอยู่ที่วันละสามอันเดอร์ จะจบที่เท่าไหร่ก็เท่านั้นครับถือว่าพอใจแล้ว”

ส่วน ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม นักกอล์ฟวัย 21 ปีจากนครปฐม หลังออกสตาร์ทรอบแรกด้วยฟอร์มร้อนแรง 9 อันเดอร์พาร์ 63 จาก 9 เบอร์ดี้แบบไม่มีโบกี้ ทว่าเข้ารอบสองมีปัญหากับทีช็อตที่หลุดแฟร์เวย์ไปถึง 5 หลุม 2 จากจำนวนดังกล่าวเป็นการตีตกน้ำ ก่อนกลับขึ้นคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์อีเวนพาร์ 72 แต่รวมสองวันยังดีพอจะเป็นผู้นำร่วมด้วยสกอร์ 135

นักกอล์ฟจากสามพรานที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตหลังเคยจบอันดับสองที่บลูสตาร์ กอล์ฟคอร์ส จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา กล่าวว่า “วันนี้ไดร์ฟไม่ดีเลยครับ แล้วก็พัตต์ไม่ค่อยลง วันนี้ลมแรงด้วยพอดีผิดนิดหน่อยก็เข้ารัฟทำให้เล่นช็อตสองยาก ตอนนี้อยากจะไปซ้อมไดร์ฟสักหน่อย ถ้าไดร์ฟอยู่ก็อาจจะมีโอกาสได้ทำแต้มเยอะขึ้น”

อันดับสามแต่เพียงผู้เดียวเป็น สาริศ สุวรรณรัตน์ นักกอล์ฟวัย 21 ปี จากกรุเทพฯ ที่จบสกอร์รอบสสองเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 จาก 1 อีเกิ้ล 4 เบอร์ดี้ 3 โบกี้ รวมสองวันตามหลังสองผู้นำร่วมเพียงสโตรกเดียวเท่านั้น โดย สาริศ ซึ่งในรอบสองเก็บอีเกิ้ลที่หลุม 7 พาร์ 4 ด้วยการตีช็อตสองจากระยะ 135 หลาลงไป บ่นว่ามีปัญหากับการตีเวดจ์ที่สร้างปัญหาให้กับตนพอสมควร

สาริศ เผยว่า “เกมโดยรวมโอเคนะ ตีเหล็กกลาง เหล็กยาว ไดร์ฟเวอร์ดี แต่เวดจ์ไม่ได้เรื่องเลย ตีดีหลุมเดียวที่ได้อีเกิ้ล แต่จากนั้นตีออนบ้างไม่ออนผมว่าตรงนั้นยังไม่ผ่าน สำหรับรายการนี้หลังจากที่ผมตกรอบมาสามแมทช์ติด แมทช์นี้ก็ตั้งใจว่าไม่มีอะไรจะต้องคิด สู้ให้หมดทุกหลุม พาร์ 5 บู๊ได้บู๊หมดแล้วไปลุ้นชิพเอา สองวันที่เหลือก็คงเล่นเกมบุกแบบนี้เหมือนเดิม”

ส่วน ดลภัทรไชย นิยมชน ที่หวดเข้ามาอีก 69 อยู่อันดับสี่ที่สกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 137 โดยกลุ่ม 4 นักกอล์ฟซึ่งตามหลังหนึ่งสโตรกที่สกอร์ 138 ประกอบด้วย ธาวิท พลไทย (72) , ชัพชัย นิราช (68) , รัฐธีร์ ศิริธนากุลศักดิ์ (70) และ ธยาน์ ลิมปิผลไพบูลย์ (68)

สำหรับการแข่งขันเมื่อผ่าน 36 หลุม คณะกรรมการจะคัดนักกอล์ฟเข้าไปเล่นใน 2 วันสุดท้ายจำนวน 60 อันเดอร์และเสมอ โดยสกอร์ตัดเข้ารอบที่ 2 โอเวอร์พาร์ 146 มีนักกอล์ฟผ่านเข้าไปเล่นในสองวันสุดท้ายทั้งหมด 61 คน

สรุปผลสิงห์-เอสเอที ปราจีนบุรี แชมเปียนชิพ รอบสอง (สนามพาร์ 72)
135 อติรุจ วินัยเจริญชัย 66-69, ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม 63-72
136 สาริศ สุวรรณรัตน์ 67-69
137 ดลภัทรไชย นิยมชน 68-69
138 ชัพชัย นิราช 70-68, ธยาน์ ลิมปิผลไพบูลย์ 70-68, รัฐธีร์ ศิริธนากุลศักดิ์ 68-70, ธาวิท พลไทย 66-72
139 ชโยดม จันทร์จารุพงศ์ 72-67
140 ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต 70-70, ภัคตร์ ประดิษฐ์แท่น 72-68, กิตติพร ชวนะพงศ์ 69-71
141 รัชพล จันทวารา 69-71