กษิดิศ เล็บครุฑ โปร วัย 27 ปี จากปราจีนบุรี หวดเพิ่ม 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสามวัน 16 อันเดอร์พาร์ 200 รั้งผู้นำ หลังจบรอบสาม ศึกกอล์ฟอาชีพ ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์ สนามสอง รายการ "สิงห์ เอสเอที เพชรบุรี แชมเปียนชิพ 2019" ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ที่สนามสปริงฟิลด์ รอยัล คันทรี่คลับ จ.เพชรบุรี เมื่อ 10 พ.ค.62

กษิดิศ เล็บครุฑ โปรวัย 27 ปีจากปราจีนบุรีขยับเข้าใกล้แชมป์รายการที่สองในอาชีพหลังเก็บเพิ่มอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 จากสี่เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ รวมสามวัน 16 อันเดอร์พาร์ 200 นำหน้า เศรษฐี ประคองเวช 4 สโตรก ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการสิงห์-เอสเอที เพชรบุรี แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามสปริงฟิลด์ รอยัล คันทรี่คลับ จ.เพชรบุรี เมื่อ 10 พ.ค.62

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขัน สิงห์-เอสเอที เพชรบุรี แชมเปียนชิพ 2019 ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 240,000 บาท เป็นรายการสะสมเงินรางวัลออเดอร์ ออฟ เมอริท ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการที่สองของฤดูกาล แข่งขันระหว่างวันที่ 8-11 พฤษภาคม 2562 ณ สนามสปริงฟิลด์ รอยัล คันทรี่คลับ ระยะ 7,202 หลา พาร์ 72 จ.เพชรบุรี

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมาเป็นรอบสามของการแข่งขัน กษิดิศ เล็บครุฑ นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากปราจีนบุรียังคงเล่นได้อย่างแน่นอนเก็บเพิ่มอีก 4 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ ก่อนจบรอบสามเข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68 รวมสามวัน 16 อันเดอร์พาร์ 200 นำหน้า เศรษฐี ประคองเวช ที่หวดเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 อยู่ 4 สโตรก

กษิดิศ ที่นับตั้งแต่เสียโบกี้ที่หลุม 15 ในรอบแรก หลังจากนั้นเล่นมา 39 หลุมโดยไม่เสียโบกี้เปิดเผยว่า “วันนี้เล่นดีเหมือนเมื่อวานครับ เมื่อวานก็เล่นดีแต่รอบสามนี้ไม่พลาดเลย ไม่มีต้องเซฟพาร์ไกลเหมือนรอบสอง แต่ที่สำคัญคือโฟกัสช็อตต่อช็อตตลอด แล้วพูดในใจว่าต้องโฟกัสให้ได้”

นักกอล์ฟจากปราจีนบุรีที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สองในชีวิต แต่จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ชนะที่เชียงใหม่ อินทนนท์ กอล์ฟเนเชอรัล รีสอร์ท เมื่อปี 2015 กล่าวว่า “ถึงวันนี้ก็เริ่มมั่นใจแล้วครับ รอบสุดท้ายถ้ายังตีเกมนี้ ยังตีได้เกมนี้เหมือนเดิมก็น่าจะมีลุ้นครับ”

ทางด้าน เศรษฐี ประคองเวช ในรอบสามเก็บเข้ามา 1 อีเกิ้ล 4 เบอร์ดี้ แต่พลาดเสียไป 3 โบกี้ ทำให้สกอร์รวมสามวันอยู่ที่ 12 อันเดอร์พาร์ 204 ตามหลังผู้นำอยู่ 4 สโตรก ทว่าเจ้าตัวยังมั่นใจว่ายังมีลุ้นแชมป์รายการแรกในชีวิตหลังเคยจบอันดับสองมาแล้วที่ สุวรรณภูมิ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ เมื่อปี 2017 และที่กัซซัน พานอรามา เมื่อปี 2018

“สี่สโตรกก็ไม่ไกลครับ จะพยายามให้ดีที่สุด ก็ค่อนข้างมั่นใจ เพราะถือว่าเล่นได้ดีแล้ว ต้องมาลุ้นดูครับถ้าโชคดีก็มีโอกาสชนะ” เศรษฐี กล่าว “สำหรับวันนี้ก็เล่นดี แต่ไปเสียโบกี้ที่หลุมพาร์ 3 มากไปหน่อย รอบสุดท้ายต้องไม่เสียแต้มที่หลุมพาร์ 3 แล้วพยายามเก็บเบอร์ดี้ที่หลุมพาร์ 5 สั้นให้ได้ ถ้าตีอันเดอร์ลึกก็มีลุ้นครับ”

อันดับสามเป็น รัชพล จันทวารา และ สัตยา ทรัพย์อัประไมย ที่หวดเข้ามาคนละ 2 อันเดอร์พาร์ 70 และ 1 อันเดอร์พาร์ 71 ตามลำดับ รวมสามวันมีคนละ 10 อันเดอร์พาร์ 206 ขณะที่ วิสุทธิ์ อรรจนาวัฒน์ (69) และ นิรันดร์ แซ่อึ้ง (71) อยู่อันดับห้าร่วมกันที่สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 208

สรุปผลรอบสาม (สนามพาร์ 72)
200 กษิดิศ เล็บครุฑ 68-64-68
204 เศรษฐี ประคองเวช 62-73-69
206 รัชพล จันทวารา 67-69-70, สัตยา ทรัพย์อัประไมย 68-67-71
208 วิสุทธิ์ อรรจนาวัฒน์ 70-69-69, นิรันดร์ แซ่อึ้ง 66-71-71
209 ปิติภัทร ปิติมานะอารี 72-67-70, กิตติพร ชวนะพงศ์ 67-71-71
210 พิสิฐชัย ทิพย์พงษ์ 73-70-67, อติรุจ วินัยเจริญชัย 70-70-70, คริส ชินพงศ์ 68-72-70, จักรพันธ์ เปรมสิริกรณ์ 69-70-71
211 โคสุเก ฮามาโมโต้ 69-73-69, นภัช ปัทมสิงห์ 73-70-68, รณชัย จำนงค์ 71-70-70, กัมลาศ นาเมืองรักษ์ 71-70-70, ธนะเมศฐ์ ธนาโชควิสิทธิ์ 73-68-70, กฤติน สุนทรนนท์ 69-70-72
212 ยูอิชิโร นิชิ (ญี่ปุ่น) 71-71-70, นรัส เหลืองเพชราภรณ์ 73-69-70, วรัญญู รัตนไพบูลย์กิจ 71-70-71, อุดร ดวงเดชา 72-72-68, นิติธร ทิพย์พงษ์ 72-72-68, ชัยพัชร์ คูณมาก 73-67-72, เทพบดินทร์ อัมรนันทน์ 67-73-72