กุณช์ธณัฎ, วินธัย และ ศรัณย์ นำร่วมวันแรก กอล์ฟอาชีพ ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์ รายการ “สิงห์-เอสเอที บีจี แมตช์เพลย์ แชมเปียนชิพ 2026” ณ สนามวอเตอร์มิลล์ฯ
การแข่งขันกอล์ฟอาชีพ ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์ รายการ “สิงห์-เอสเอที บีจี แมตช์เพลย์ แชมเปียนชิพ 2026” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท (แชมป์รับ 360,000 บาท) จัดขึ้นโดยสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สิงห์ คอร์เปเรชั่น, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ, บีจี สปอร์ตส์ และผู้ร่วมสนับสนุน วงการกอล์ฟไทย แข่งขันระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน 2569 ณ สนามวอเตอร์มิลล์ กอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท ระยะ 7,182 หลา พาร์ 72 จ.นครนายก
ล่าสุดในการแข่งขันรอบแรก (สโตรกเพลย์) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า กุณช์ธณัฎ พนาดร โปรกอล์ฟวัย 27 ปีจากเพชรบูรณ์ โชว์ฟอร์มเยี่ยมเก็บ 6 เบอร์ดี้โดยไม่มีโบกี้ จบสกอร์ที่ 6 อันเดอร์พาร์ 66 ขึ้นเป็นผู้นำร่วมกับ วินธัย วิวัฒน์สนิทชัย นักกอล์ฟวัย 32 ปีจากกรุงเทพฯ ที่ทำ 6 เบอร์ดี้ไม่มีโบกี้เช่นกัน และ ศรัณย์ ศิริธร นักกอล์ฟเจ้าถิ่นวัย 31 ปีจากขอนแก่น ที่ทำผลงาน 1 อีเกิ้ล 6 เบอร์ดี้ 2 โบกี้
ขณะที่กลุ่มผู้ตามในอันดับ 4 ร่วม ทำสกอร์ตามหลังเพียงสโตรกเดียวที่ 5 อันเดอร์พาร์ 67 มีทั้งหมด 6 ราย ได้แก่ ณัฎฐพัชร์ แก้วพิบูลย์, เทพนคร ฝ่ายศูนย์, ชาคริส แก้วศรีปราชญ์, ธรรมศักดิ์ บัวหอม (สปป.ลาว), ศุภณัฐ สกุลมาลัยทอง และ พศิน วิจิตรเจริญไพศาล
บทสัมภาษณ์ความพร้อมของกลุ่มผู้นำ
กุณช์ธณัฎ พนาดร เปิดเผยหลังจบวันแรกว่า “ปีนี้เกมไดร์ฟดีขึ้นและสามารถทำเบอร์ดี้ได้ตั้งแต่หลุมแรกทำให้เล่นได้ลื่นไหล สนามนี้หากทีช็อตไม่ดีจะเล่นช็อตต่อไปยาก เนื่องจากปีนี้รัฟยาวขึ้นและแฟร์เวย์แคบลง การเปิดตัวด้วยสกอร์นี้ทำให้มีความหวังในการผ่านเข้าสู่รอบแมตช์เพลย์”

วินธัย วิวัฒน์สนิทชัย กล่าวถึงเป้าหมายว่า “เป้าหมายแรกคือการผ่านเข้าสู่รอบแมตช์เพลย์ให้ได้ วันนี้พัตต์ดีมาก แม้เหล็กจะอยู่ในระดับปานกลาง หากสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ด้วยสภาพกรีนในปัจจุบันจะเน้นเกมบุกโจมตีธงโดยตรง”
ศรัณย์ ศิริธร กล่าวถึงปัจจัยสำคัญในการเล่นแมตช์เพลย์ว่า “วันนี้พัตต์ได้ดีมากหลังจากที่ฟอร์มพัตต์ฝืดมานาน แต่หากเข้าสู่รอบแมตช์เพลย์ ร่างกายต้องมีความฟิตในระดับที่สูงมาก เพราะจากประสบการณ์ปีที่แล้วจะเริ่มมีอาการล้าในแมตช์ที่สาม สิ่งสำคัญคือต้องรีบปิดเกมให้ได้เร็วที่สุด”
รูปแบบการแข่งขัน
การแข่งขันใน 36 หลุมแรก จะเป็นการแข่งขันในรูปแบบ “สโตรกเพลย์” เพื่อคัดเลือกนักกอล์ฟผลงานดีที่สุด 32 อันดับแรก เข้าสู่รอบ “แมตช์เพลย์” โดยในรอบ 32 คน, รอบ 16 คน, รอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ จะแข่งขันแบบแมตช์เพลย์ 9 หลุม ส่วนรอบชิงชนะเลิศและรอบชิงอันดับที่ 3 จะแข่งขันแบบแมตช์เพลย์ 18 หลุม
แฟนกอล์ฟสามารถร่วมติดตามชมและส่งกำลังใจให้แก่นักกอล์ฟอาชีพไทยในการแข่งขันครั้งนี้ได้จนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2569














