แสงชัย แก้วเจริญ โปรวัย 23 ปีจากกรุเทพฯ ขยับเข้าใกล้แชมป์แรกในชีวิตหลังหวดฝ่ากระแสลมเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสองวัน 12 อันเดอร์พาร์ 132 นำการแข่งขันโดยทิ้งอันดับสองถึง 5 สโตรก ก่อนเข้า 18 หลุมสุดท้ายในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพแมตช์ปิดฤดูกาลไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการสิงห์-เอสเอที ขอนแก่น แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ ระยะ 7,550 หลา พาร์ 72 จ.ขอนแก่น

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดแข่งขันเก็บคะแนนสะสม ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต เป็นรายการที่ 8 ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายของซีซั่น ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท แชมป์รับ 3.6 แสนบาท ระหว่างวันที่ 1 24-26 ธันวาคม 2564 ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ ระยะ 7,550 หลา พาร์ 72 ภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อ ไวรัส โควิด-19 ผู้เล่นทุกคนต้องแสดงหลักฐานการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-CPR หรือ Antigen Test (ATK) มาแล้วไม่เกิน 72 ชั่วโมง

การแข่งขันรอบสองเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา นักกอล์ฟต้องเล่นท่ามกลางกระแสลมแรงก่อนที่ แสงชัย แก้วเจริญ นักกอล์ฟวัย 23 ปีจากกรุงเทพฯ ที่ออกสตาร์ตในฐานะผู้นำหลังหวด 10 อันเดอร์พาร์ 62 เก็บเพิ่มเข้ามาอีก 3 เบอร์ดี้ ก่อนจบรอบสองเข้ามา 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสองวัน 12 อันเดอร์พาร์ 132 นำการแข่งขันโดยทิ้งห่างอันดับสองถึง 5 สโตรก และเหลือการแข่งขันเพียง 18 หลุมสุดท้ายเท่านั้น

แสงชัย แก้วเจริญ ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในอาชีพหลังเทิร์นโปรมาเมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมากล่าวว่า “วันนี้ออกไปค่อนข้างที่จะมีลมรอบเช้าครับ ก็คิดว่าพยายามเสิร์ฟให้อยู่แฟร์เวย์มากที่สุด แต่ว่าออกไปแรกๆไดร์ฟไม่ค่อยอยู่ วันนี้น่าจะ 6 หรือ 7 แฟร์เวย์ พอหลุมยากผมก็ตีไม่อยู่แฟร์เวย์เลยนะ พยายามให้มันเซฟให้มากที่สุดก็คืออาจจะตีไปแปะหน้ากรีนแล้วชิพเอา ให้มันมีโอกาสให้ตัวเองได้พัตต์พาร์ ตีเหล็กวันนี้ก็ไม่ค่อยดีมาก แต่ว่าพัตต์ค่อนข้างดีเหมือนเดิม พัตต์เซฟดีครับ”

นักกอล์ฟหนุ่มที่เพิ่งจบอันดับสองร่วมจากการแข่งขันที่วอเตอร์ฟอร์ด เชียงราย เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมายังกล่าวถึงการเล่นในรอบสุดท้ายด้วยว่า “ผมแพลนว่าจะต้องตีให้อยู่แฟร์เวย์เยอะๆ เนื่องจากกรีนค่อนข้างแข็ง ถ้าเราอยู่แฟร์เวย์น่าจะมีโอกาสตีไปอยู่บนกรีนได้ง่ายกว่า แล้วผลการแข่งขันจริงๆแล้วขึ้นอยู่กับบนกรีนเลยครับ บนกรีนเนี่ยมันก็มีโอกาสเป็นไปได้หมด เราก็พยายามซ้อมพัตต์ไกลเยอะๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องพัตต์ ชนะหรือแพ้กันบนกรีน”

ด้าน ฉ่างไท้ สุดโสม นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากชลบุรี ซึ่งปิดรอบการเก็บ 3 สโตรกในการเล่นสามหลุมสุดท้าย จากอีเกิลที่หลุม 7 พาร์ 5 ตามด้วยเบอร์ดี้พัตต์ระยะ 7 หลาบนกรีนหลุมสุดท้ายก่อนจบวันแบบไม่เสียโบกี้ 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสองวันอยู่อันดับสองด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 137 ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า “สัปดาห์นี้เสิร์ฟค่อนข้างดีครับ วันนี้ก็ดี แต่ตีเหล็กไม่ค่อยดีมากแต่อัพแอนด์ดาวน์ได้หมดเลย วันนี้ลมค่อนข้างแรงครับ แต่พอเสิร์ฟดีก็เลยทำให้เล่นช็อตต่อไปได้ง่ายขึ้น โดยรวมคือเซฟได้ และจังหวะทำก็สามารถทำได้ รอบสุดท้ายก็ตีไปตามเกมที่เราทำการบ้านไว้”

ส่วน นพรัฐ พานิชผล นักกอล์ฟวัย 23 ปีจากสระแก้ว ทำสกอร์เพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองวัน 5 อันเดอร์พาร์ 139 อยู่อันดับสามร่วมกับ พีรดนย์ ปัญญาธนะเศรษฐ์ ที่เก็บเข้ามาอีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 โดย นพรัฐ กล่าวว่า “สำหรับวันนี้เรียกได้ว่าโอเคเลยครับ ก็คือสามารถตีทำแต้มที่หลุมพาร์ 5 พยายามตีอยู่แฟร์เวย์ค่อนข้างดีเลยครับ แล้วก็มีพลาดกรีนบ้างแต่ก็เก็บได้หมดเลย สำหรับรายการนี้ถ้าท็อปเทนก็ถือว่าพอใจครับ รอบสุดท้ายพยายามให้อยู่ในเกมของเรา ตีเข้าแฟร์เวย์ เข้ากรีน แล้วมีโอกาสพัตต์เบอร์ดี้ เดี๋ยวสกอร์ก็จะตามมา”

อันดับห้าตามเข้ามาเท่ากันอีก 3 คนที่สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 140 ประกอบด้วย พล เขมรัตน์ (74), โคสุเก ฮามาโมโต (70) และ สมปราชญ์ รัตนสุวรรณ (71) ขณะที่ สดมภ์ แก้วกาญจนา ที่หวดเข้ามาอีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวมสองวัน 3 อันเดอร์พาร์ 141 อยู่ในกลุ่มนักกอล์ฟ 8 คนที่ตามหลังผู้นำอยู่ 9 สโตรก