กัมลาศ นาเมืองรักษ์ โปรดาวรุ่ง อดีตสวิงทีมชาติไทย วัย 27 ปี จากกรุงเทพฯ หวดเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองวัน 7 อันเดอร์พาร์ 137 ขึ้นนำห่าง 4 สโตรก ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ "สิงห์-เอสเอที ขอนแก่น แชมเปี้ยนชิพ 2019" ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ที่สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ จ.ขอนแก่น เมื่อ 21 พ.ย.62

กัมลาศ นาเมืองรักษ์ ยังมั่นใจในไดร์ฟเวอร์หวดเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองวัน 7 อันเดอร์พาร์ 137 ทิ้งห่างอันดับสอง ธยาน์ ลิมปิผลไพบูลย์ และ กิตติพร ชวนะพงศ์ 4 สโตรก ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการ “สิงห์-เอสเอที ขอนแก่น แชมเปี้ยนชิพ 2019” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ ระยะ 7,496 หลา พาร์ 72 จ.ขอนแก่น เมื่อ 21 พ.ย.62

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขัน สิงห์-เอสเอที ขอนแก่น แชมเปี้ยนชิพ 2019 ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. โดยผู้ชนะเลิศจะรับเงินรางวัลไปครอง 360,000 บาท เป็นรายการสะสมเงินรางวัลออเดอร์ ออฟ เมอริท รายการที่แปดและรายการสุดท้ายของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ฤดูกาลนี้ แข่งขันระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2562 ณ สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ ระยะ 7,496 หลา พาร์ 72 จ.ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นรอบสองของการแข่งขัน กัมลาศ นาเมืองรักษ์ นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากกรุงเทพฯ ซึ่งออกสตาร์ทที่หลุม 10 ยังตีไดร์ฟเวอร์ด้วยความมั่นใจ ทีช็อตอยู่ในแฟร์เวย์ 10 หลุมก่อนกลับขึ้นคลับเฮ้าส์เก็บเข้ามา 1 อีเกิ้ล, 3 เบอร์ดี้ 2 โบกี้ จบรอบสอง 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองวันนำการแข่งขันด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 137

กัมลาศ ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตเผยว่า “วันนี้เหมือนกับรอบแรกคือตีอยู่แฟร์เวย์ค่อนข้างเยอะ แต่จุดเปลี่ยนอยู่ที่หลุม 18 พาร์ 5 ซึ่งเป็นหลุม 9 ของผม ธงมันอยู่หน้าแต่ผมตีทะลุมาหลังกรีนประมาณ 20 หลา ไลน์ค่อนข้างยากเนื่องจากเนินเยอะมาก แต่ชิพขึ้นไปจุดตกดีมาก คิดว่ากิฟได้เบอร์ดี้แน่นอน แต่โชคดีลูกไหลลงหลุม พอชิพอีเกิ้ลได้มันเล่นง่ายขึ้นก็พยายามตีออนหาโอกาสสร้างเบอร์ดี้ไปเรื่อยๆ”

อดีตสวิงทีมชาติไทยจากกรุงเทพฯ ยังกล่าวต่ออีกว่า “วันนี้พาร์ 5 ได้มาลบสาม เก็บได้เกือบหมดก็ตามแผนที่วางไว้ โดยรวมสองวันพอใจครับ เพราะมีโอกาสสร้างเบอร์ดี้ให้กับตัวเองในทุกๆหลุม ขึ้นอยู่กับว่าจะพัตต์ลงหรือไม่ สองวันที่เหลือก็พยายามเล่นเกมเดิม ไม่คิดอะไรมาก แฟร์เวย์ กรีน แล้วสร้างโอกาสให้ตัวเองให้มากครับ”

ทางด้าน ธยาน์ ลิมปิผลไพบูลย์ นักกอล์ฟวัย 22 ปี ที่เกือบทำโฮลอินวันที่หลุม 15 พาร์ 4 ระยะ 342 หลา ทีช็อตขึ้นไปออนลูกวิ่งผ่านหลุมไปประมาณ 3 หลา ก่อนขึ้นไปพัตต์อีเกิ้ลไม่พลาด และจบสกอร์รอบสองเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองวันอยู่อันดับสองร่วมกับ กิตติพร ชวนะพงศ์ ที่หวดเข้ามา 69 เช่นกัน ผ่าน 36 หลุมแรกมีคนละ 3 อันเดอร์พาร์ 141

ธยาน์ ลิมปิผลไพบูลย์ จากเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “สนุกดีครับ ช่วงเก้าหลุมแรกลมแรงมาก แต่พอเข้าเก้าหลุมหลังลมเบาเริ่มตีง่ายและทำสกอร์ได้ง่ายขึ้น ทีช็อตส่วนใหญ่อยู่ในแฟร์เวย์ แต่ผมวางแผนไว้ให้พลาดในจุดที่เล่นง่ายที่สุด อีกสองวันที่เหลือยังมีจุดที่สามารถพัฒนาได้นิดหน่อย ก็หวังว่า 2-3 จุดที่พัฒนาได้มันจะดีขึ้นพอที่จะได้ลุ้นแชมป์ครับ”

ส่วน กิตติพร ชวนะพงศ์ นักกอล์ฟวัย 20 ปีจากกรุงเทพฯ ที่การเล่นในรอบสามทีช็อตหลุดแฟร์เวย์เพียง 2 หลุม และเก็บเข้ามาอีก 5 เบอร์ดี้ ก่อนจบรอบ 3 อันเดอร์พาร์ 69 กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ตกรอบมาสองแมทช์ติด รายการนี้กลับมาได้ก็ค่อนข้างพอใจครับ วันนี้ไดร์ฟเวอร์ดีมากเลยมั่นใจ เวดจ์ก็พอใช้ได้ แต่พัตต์ยังไม่ดีเท่าไหร่ ควรจะได้มากกว่านี้”

สำหรับ สาริศ สุวรรณรัตน์ และ ปรม ชันซื่อ ทำเข้ามาคนละ อีเวนพาร์ 72 รวมสองวันอยู่อันดับสี่ร่วมกันที่ 2 อันเดอร์พาร์ 142 ตามมาด้วย ภัทรพล ขันทะชา (69), อติรุจ วินัยเจริญชัย (72), ปิติภัทร ปิติมานะอารี (72) และ ธรรมนูญ ศรีโรจน์ (73) มีคนละ 1 อันเดอร์พาร์ 143 ขณะที่ ภาณุวิชญ์ อ่อนจู (70), ธนัท อุยสกุล (72), พล เขมรัตน์ (73), แสงชัย แก้วเจริญ (75) และ เทพบดินทร์ อัมรนันทน์ (75) ไล่หลังอยู่หนึ่งแต้มด้วยสกอร์ อีเวนพาร์ 144

สรุปสิงห์-เอสเอที ขอนแก่น แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 72)
137 กัมลาศ นาเมืองรักษ์ 68-69
141 ธยาน์ ลิมปิผลไพบูลย์ 72-69, กิตติพร ชวนะพงศ์ 72-69
142 สาริศ สุวรรณรัตน์ 70-72, ปรม ชันซื่อ 70-72
143 ภัทรพล ขันทะชา 74-69, อติรุจ วินัยเจริญชัย 71-72, ปิติภัทร ปิติมานะอารี 71-72, ธรรมนูญ ศรีโรจน์ 70-73
144 ภาณุวิชญ์ อ่อนจู 74-70, ธนัท อุยสกุล 72-72, พล เขมรัตน์ 71-73, แสงชัย แก้วเจริญ 69-75, เทพบดินทร์ อัมรนันทน์ 69-72
145 ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต 74-71, บวร ชัยศรี 73-72, จาตุรนต์ ดวงไพชุม 73-72, สุพคม มีสม 72-73, วีระชัย ยืนยั่ง 72-73