ณัทพงศ์ นิยมชน โปรวัย 30 ปี จากนครสวรรค์ ฟอร์มร้อนแรงหวด 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสองวัน 11 อันเดอร์พาร์ 133 แซงขึ้นนำหลังจบรอบสอง ในศึกกอล์ฟอาชีพ ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์ รายการ "สิงห์-เอสเอที กาญจนบุรี คลาสสิค 2019" ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ที่สนามเอเวอร์กรีน ฮิลล์ส กอล์ฟ คลับ จ.กาญจนบุรี เมื่อ 6 มิ.ย.62

ณัทพงศ์ นิยมชน โปรวัย 30 ปี จากนครสวรรค์ได้ฝนช่วยเซฟแรงก่อนกลับมาเก็บ 2 เบอร์ดี้ใน 3 หลุมสุดท้าย จบรอบที่สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสองวันขึ้นนำการแข่งขันด้วยสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 133 นำหน้า รณชัย จำนงค์ และ ฐิติพัศ เล็ม สองสโตรก ในศึกกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการ “สิงห์-เอสเอที กาญจนบุรี คลาสสิค 2019” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามเอเวอร์กรีน ฮิลล์ส กอล์ฟ คลับ ระยะ 7,214 หลา พาร์ 72 จ.กาญจนบุรี เมื่อ 6 มิ.ย.62

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขัน สิงห์-เอสเอที กาญจนบุรี คลาสสิก 2019 ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท จากการสนับสนุนของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 240,000 บาท เป็นรายการสะสมเงินรางวัลออเดอร์ ออฟ เมอริท ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการที่สามของฤดูกาล แข่งขันระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 ณ สนามเอเวอร์กรีน ฮิลล์ส กอล์ฟ คลับ ระยะ 7,214 หลา พาร์ 72

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.62 เป็นรอบสองของการแข่งขัน ณัทพงศ์ นิยมชน นักกอล์ฟวัย 30 ปีจากนครสวรรค์ ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สองต่อจากชัยชนะที่มาเจสติก ครีก กอล์ฟ คลับ เมื่อปี 2016 ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ หลังเก็บเข้ามาอีก 6 เบอร์ดี้ที่รวมถึง 2 เบอร์ดี้ใน 3 หลุมสุดท้าย จบรอบสองเข้ามา 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสองวันแซงขึ้นนำการแข่งขันด้วยสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 133

ณัทพงศ์ นิยมชน กล่าวว่า “วันนี้ออกสตาร์ทดีครับ หลุมแรกตีเข้าไปใกล้ได้เบอร์ดี้เลย แต่เกมช่วงกลางๆเหมือนจะไม่ค่อยดี ผมคิดว่ามันใกล้หมดแรงด้วย โชคดีที่ฝนตกแล้วได้พักหนึ่งชั่วโมง พอกลับมาเล่นอีกครั้งเหมือนสามารถกลับมาคุมช็อตได้ดีขึ้น ถ้าฝนไม่ตกและต้องเล่นต่ออาจจะตีไม่ได้แบบนี้”

นักกอล์ฟวัย 30 ปี จากนครสวรรค์ที่บอกว่าอาการจากโรคไทรอยด์ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะสภาพร่างกายที่เกือบจะกลับมาเต็มร้อยยังกล่าวต่ออีกว่า “สองวันแรกนี้โดยโดยรวมเหมือนๆกัน ไดร์ฟอยู่แฟร์เวย์เยอะ ตีออนเยอะ ก็เปิดโอกาสให้กับตัวเองแล้วไปลุ้นพัตต์เอา ส่วนสองวันสุดท้ายก็เล่นแบบเเดิม ตีให้มีความสุขและรักษาช็อตตัวเอง แต่ประเด็นแรกต้องตีให้อยู่แฟร์เวย์ก่อน”

อันดับสองตามเข้ามาเท่ากับสองคนเป็น ฐิติพัศ เล็ม นักกอล์ฟวัย 20 ปีจากกรุงเทพฯ ที่จบรอบแรกด้วยการนำ 2 สโตรก แต่เข้ารอบสองทำเพิ่มได้เพียง 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวมสองวันมี 9 อันเดอร์พาร์ 135 เท่ากับ รณชัย จำนงค์ นักกอล์ฟจากนครนายกที่หวดเพิ่มอีก 4 อันเดอร์พาร์ 68

รณชัย จำนงค์ นักกอล์ฟวัน 33 ปีที่กำลังลุนแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สองต่อจากแชมป์ที่บลูแซฟไฟร์ฯ เมื่อปี 2010 กล่าวว่า “วันนี้เล่นดีแทบจะไม่มีแก้ไขเลย มีโอกาสทำมากกว่ารอบแรกด้วย แต่ไปสะดุดช่วงฝนตกเหมือนต้องมาวอร์มใหม่ แต่โดยรวมค่อนข้างพอใจมากครับ เพราะสามารถ้ล่นได้ตามแผนที่วางไว้แล้วมาลุ้นบนกรีนว่าเราจะสามารถทำแต้มได้หรือเปล่า”

ส่วน ฐิติพัศ เล็ม ที่กำลังลุ้นแชมป์แรกในชีวิตกล่าวว่า “วันนี้ตีออนเยอะแต่พัตต์ไม่ค่อยลง ใกล้ๆก็ยังหลุด คิดว่าอีกสองวันที่เหลือพยายามตีอันเดอร์ให้ได้ทุกวัน แต่คิดว่าน่าจะต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้มากกว่านี้ เพราะรอบนี้หลังๆพัตต์ใกล้ๆไม่ลงก็เริ่มคุมอารมณ์ไม่ได้ ต้องควบคุมตัวเองให้ได้”

กลุ่มที่ตามหลังผู้นำ 3 สโตรกที่สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 136 ตามเข้ามาอีก 3 คน ประกอบด้วย วงศกร พิกุลสวัสดิ์ (67), ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต (69) และ พศวีร์ เลิศวิไล (70) ขณะที่ เขตตะวัน ปูคะวนัช (65), นิติธร ทิพย์พงษ์ (65), ขวัญชัย แท่นนิล (67) และ ภันกร อุทัยพัฒน์ (70) ตามหลังผู้นำคนละ 4 สโตรกที่สกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 137