อติรุจ วินัยเจริญชัย โปรดาวรุ่งวัย 19 ปี จากชลบุรี อดีตนักกอล์ฟทีมชาติไทย คว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพ ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์ "สิงห์ เอสเอที นครนายก คลาสสิค 2018" หลังเพิ่มเทิร์นโปรมาเพียง 3 สัปดาห์ ที่สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์สปา พาร์ 71 จ.นครนายก เมื่อ 13 ก.ค.61

อติรุจ วินัยเจริญชัย เร่งช่วงเก้าหลุมสุดท้ายก่อนจบรอบ 4 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 15 อันเดอร์พาร์ 269 คว้าชัยชนะ 4 สโตรก ผงาดแชมป์ทั้งๆที่เพิ่งลงเล่นในฐานะนักกอล์ฟอาชีพเพียงรายการที่สองในชีวิต ในศึกไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการ “สิงห์-เอสเอที นครนายก คลาสสิก 2018” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา พาร์ 71 จ.นครนายก เมื่อ 14 ก.ค.61

สิงห์-เอสเอที นครนายก คลาสสิก ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท โดยการสนับสนุนของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ผู้ชนะจะรับเงินรางวัล 240,000 แมทช์นี้เป็นรายการสะสมเงินรางวัลออเดอร์ ออฟ เมอริท รายการที่สามของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 2018 แข่งขันระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2561 ณ สนามรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา ระยะ 7,246 หลา พาร์ 71 จ.นครนายก

ล่าสุดเมื่อ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นรอบสุดท้ายของการแข่งขัน “ดราก้อน” อติรุจ วินัยเจริญชัย โปรวัย 19 ปีจากชลบุรี ที่ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ในช่วง 9 หลุมแรก แถมไปพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 9 ก่อนมาเร่งเครื่องในช่วงเก้าหลุมสุดท้ายจาก 1 อีเกิ้ล 3 เบอร์ดี้ ขึ้นคลับเฮ้าส์ที่สกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 15 อันเดอร์พาร์ 269 คว้าแชมป์ไปครองโดยทิ้งห่างอันดับสองถึง 4 สโตรก

อติรุจ อดีตทีมชาติไทยที่รับเงินรางวัลไปครอง 240,000 บาทจากการคว้าแชมป์อาชีพรายการแรกในชีวิตหลังจากเทิร์นโปรมาเพียง 3 สัปดาห์กล่าวว่า “ก่อนเล่นรอบสุดท้ายก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ พูดจริงๆ มันเพิ่งเป็นแมทช์โปรรายการที่สองซึ่งเราไม่มีประสบการณ์มากพอสำหรับการเป็นแชมป์ ก็เล่นแบบอดทนมาเรื่อยๆ”

นักกอล์ฟวัย 19 ปี จากชลบุรี กล่าวต่ออีกว่า “ช่วงเก้าหลุมแรกค่อนข้างเกร็งนิดหนึ่ง ทำสกอร์ไม่ได้แล้วมาเสียโบกี้ทีหลุม 9 เข้ารอบหลังมาโชคดีที่หลุม 11 พาร์ 5 ตีช็อตสองไปหน้ากรีนแล้วชิพอีเกิ้ลระยะ 20 กว่าหลาลงไปก็เลยทำให้เกมพลิก คราวนี้ก็หาจังหวะไปเรื่อยแล้วมาได้เบอร์ดี้ติดๆกัน (หลุม 13 และหลุม 14) คราวนี้เกมมันก็เล่นง่ายขึ้น”

ตลอดทั้ง 72 หลุมของการแข่งขัน อติรุจ ซึ่งพลาดเสียไปเพียง 3 โบกี้ยังบอกด้วยว่า “สัปดาห์นี้เล่นพัตต์ได้ค่อนข้างดีครับ อย่างในวันสุดท้ายหากพัตต์ไม่ดีในช่วงเก้าหลุมแรกน่าจะเสียประมาณ 3 โบกี้ แต่เซฟไปได้ 2 ลุก แต่ที่หลุม 9 มันหลุดจริงๆ พอผ่านหลุม 16 นำ 4 แต้มก็เล่นง่ายแล้วครับ เทิร์นโปรมา 3 สัปดาห์เล่นไป 2 รายการได้แชมป์ในแมทช์ที่สองคิดว่าอาชีพน่าจะราบรื่น”

ด้าน ตะวัน พงศ์พันธุ์ ที่มาเร่งเครื่องในรอบสุดท้ายเก็บ 4 เบอร์ดี้ในสี่หลุมแรก ก่อนจบรอบสุดท้าย 7 อันเดอร์พาร์ 64 จาก 7 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ รวมสี่วันขยับขึ้นมาจบอันดับสองด้วยสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ 273 รับเงินรางวัล 132,000 บาท

อันดับสามเป็น วรสรณ์ สุวรรณพนัง ที่เก็บเข้ามาอีก 6 อันเดอร์พาร์ 65 รวมสี่วัน 10 อันเดอร์พาร์ 274 เท่ากับ เขตตะวัน ปูคะวนัช ที่หวดเข้ามาอีก 4 อันเดอร์พาร์ 67 โดยมี เศรษฐี ประคองเวช (69) จบอันดับห้าแต่เพียงผู้เดียวที่สกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 275

สรุปผลการแข่งขันสิงห์-เอสเอที นครนายก คลาสสิก (สนามพาร์ 71)
269 อติรุจ วินัยเจริญชัย 68-66-68-67 (เงินรางวัล 240,000 บาท)
273 ตะวัน พงศ์พันธุ์ 68-72-69-64 (เงินรางวัล 132,000 บาท)
274 วรสรณ์ สุวรรณพนัง 72-69-68-65, เขตตะวัน ปูคะวนัช 70-67-70-67 (เงินรางวัลคนละ 76,050 บาท)
275 เศรษฐี ประคองเวช 71-68-67-69 (เงินรางวัล 58,900 บาท)
276 จาตุรนต์ ดวงไพชุม 65-69-71-71 (เงินรางวัล 51,900 บาท)
277 สุทธิเจตน์ คูห์รัตนพิศาล 69-71-69-68 (เงินรางวัล 45,900 บาท)
278 วรุณ เอี่ยมแก้ว 68-68-71-71 , กิตติพร ชวนะพงศ์ 68-67-71-72 (เงินรางวัลคนละ 38,900 บาท)