อติรุจ วินัยเจริญชัย โปรวัย 20 ปี จากชลบุรี เก็บ 1 อีเกิล 3 เบอร์ดี้ในช่วง 6 หลุมสุดท้าย ก่อนขึ้นนำรอบแรกร่วมกับ ธันยากร ครองผา, ภาณุพล พิทยารัฐ และ อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ ด้วยสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 65 ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการสิงห์-เอสเอที จันทบุรี แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว ระยะ 7,104 หลา พาร์ 71 จ. จันทบุรี

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขัน “สิงห์-เอสเอที จันทบุรี แชมเปียนชิพ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท โดยจัดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ โควิด-19 จากทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. รายการนี้เป็นการสะสมเงินรางวัลออเดอร์ ออฟ เมอริท รายการที่สี่ของ ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ฤดูกาลนี้ แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 54 หลุม ระหว่างวันที่ 21-23 ส.ค.2563 ณ สนามชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว ระยะ 7,104 หลา พาร์ 71 จ.จันทบุรี โดยผู้ชนะรายการนี้จะรับเงินรางวัลไปครอง 240,000 บาท

รอบแรกของการแข่งขันเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา อติรุจ วินัยเจริญชัย ซึ่งเปิดฉากเก้าหลุมแรกเก็บ 1 เบอร์ดี้ 7 พาร์ ก่อนเปิดเก้าหลุมหลังด้วยเบอร์ดี้ที่หลุม 10 ตามด้วยอีเกิ้ลพัตต์ระยะประมาณ 15 หลาลงไปบนกรีนหลุม 13 พาร์ 5 ระยะ 548 หลา แม้จะพลาดออกโบกี้ที่หลุม 15 แต่แก้ตัวด้วยการเก็บสามเบอร์ดี้ในการเล่น 3 หลุมสุดท้าย ก่อนจบรอบแรก 6 อันเดอร์พาร์ 65 รั้งจ่าฝูงร่วมกับ ธันยากร ครองผา, ภาณุพล พิทยารัฐ และ อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์

อติรุจ วินัยเจริญชัย นักกอล์ฟวัย 20 ปีจากชลบุรี ที่ชนะไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกและรายการเดียวของเขาที่รอยัลฮิลล์ฯ จ.นครนายก เมื่อปี 2018 ซึ่งเป็นปีแรกที่เขาเล่นในฐานะนักกอล์ฟอาชีพ กล่าวว่า “รอบนี้พอมีโอกาสแล้วทำได้เลย คือไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ที่สำคัญคือเล่นเหล็กกับพัตต์ได้ดีมากทำให้กลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจในระดับหนึ่ง คือที่ผ่านมา 2-3 สัปดาห์พัตต์ไม่ค่อยดี มาที่นี่ได้ปรับพัตต์แล้วสามารถปล่อยพัตเตอร์ได้ลื่นขึ้น”

ส่วน ธันยากร ครองผา แชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 4 รายการวัย 30 ปี จากขอนแก่น ประเดิมรอบแรกทีช็อตอยู่ในแฟร์เวย์เพียง 3 หลุม แต่กดเข้ามา 8 เบอร์ดี้ก่อนจบรอบแรกในฐานะผู้นำร่วมด้วยสกอร์ 65 กล่าวว่า “วันนี้ไดร์ฟกอล์ฟไม่ดีเลย ยังหาไดร์ฟเวอร์ที่เข้ามือไม่ได้ แต่ในความรู้สึกของผมตอนนี้ถ้าไดร์ฟมาก็มีลุ้นเลย เพราะช่วงนี้ตีเหล็กค่อนข้างมั่นใจ แอพโพรชดี พัตต์ดี แต่มันไดร์ฟไม่ค่อยอยู่แฟร์เวย์ สนามสนามเลย์เอาท์มันก็ค่อนข้างบีบโดยเฉพาะถ้าเราไดร์ฟไม่ดีอยู่แล้ว”

ทางด้าน ภาณุพล พิทยารัฐ แชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่น เมื่อปี 2018 วัย 27 ปีจากกรุงเทพฯ ประเดิมรอบแรกด้วยการเก็บ 6 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ ก่อนขึ้นคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์ 65 ซึ่งอดีตแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ที่ เซนต์ แอนดรูว์ 2000 จ.ระยอง เมื่อปี 2013 กล่าวว่า “ดีครับวันนี้ ตีดี ไดร์ฟดี เหล็กดี รอบเก้าหลุมหลังมีเบี้ยวหน่อยแต่ก็ยังเซฟกลับมาได้ นับตั้งแต่ช่วงโควิดก็ดีขึ้นเรื่อยๆครับ จากที่ไม่ได้แข่งเลยเริ่มกลับมามีแมทช์ติดๆกัน กลับมาสู่โหมดการแข่งขันอีกครั้ง ทุกอย่างก็ดีขึ้นเรื่อยๆครับ”

ส่วน อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ นักกอล์ฟวัย 27 ปีจากนนทบุรี ที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สามในชีวิต ต่อจากชัยชนะที่ที่วอยาจ พาโนรามา เมื่อปี 2015 และ กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ หรือ เคบีเอสซี เมื่อปี 2017 ประเดิมรอบแรก 6 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้ จบรอบแรกในฐานะผู้นำร่วมอีกคนกล่าวว่า “ตั้งแต่หยุดโควิดมาผมคิดว่าเกมทุกอย่างค่อนข้างดี สำหรับวันนี้ที่ชอบเกมตัวเองก็คือพอมีโอกาสแล้วสามารถทำได้เลย ส่วนจะกลับมาชนะอีกครั้งน่าจะอยู่ที่จังหวะ รอวันสุดท้ายพัคๆสักครั้ง”

อันดับห้าร่วมตามหลังผู้นำ 1 สโตรกที่สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 66 ตามเข้ามาเท่ากันอีก 5 คน ประกอบด้วย ธนภัทร พิชัยกุล, ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม, สดมภ์ แก้วกาญจนา, เนติพงศ์ ศรีทอง และ สัจจวัฒน์ ศรีประสิทธิ์ ขณะที่ ถิรวัฒน์ แก้วศิริบัณฑิต, รฐนน วรรณศรีจันทร์, เจษฎา เสวีวัลลพ, ศรัณย์ ศิริธร และ กิตติพร ชวนะพงศ์ อยู่อันดับสิบร่วมกันด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 67