อมรินทร์ กรัยวิเชียร หนุ่มวัย 24 ปีจากกรุงเทพฯ ประเดิมรอบแรก 6 เบอร์ดี้ก่อนขึ้นรั้งจ่าฝูงด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 65 นำหน้า แสงชัย แก้ววิเชียร และ วรุณ เอี่ยมแก้ว หนึ่งสโตรก ในศึกกอล์ฟอาชีพไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ รายการสิงห์-เอสเอที นครราชสีมา แชมเปียนชิพ 2020 ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามพานอราม่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ ระยะ 6,879 หลา พาร์ 70 จ. นครราชสีมา

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขัน “สิงห์-เอสเอที นครราชสีมา แชมเปียนชิพ 2020” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท โดยจัดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ โควิด-19 จากทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. รายการนี้เป็นการสะสมเงินรางวัลออเดอร์ ออฟ เมอริท รายการที่หกของ ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ฤดูกาลนี้ แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 54 หลุม ระหว่างวันที่ 30 ต.ค.-1 พ.ย. 2563 ณ สนามพานอราม่า กอล์ฟ แอนด์​คันทรี่คลับ ระยะ 6,879 หลา พาร์ 70 จ.นครราชสีมา โดยผู้ชนะรายการนี้จะรับเงินรางวัลไปครอง 240,000 บาท

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมาเป็นรอบแรกของการแข่งขัน อมรินทร์ กรัยวิเชียร โปรวัย 24 ปีจากกรุงเทพญ ที่เพิ่งปรับเปลี่ยนอาวุธคู่ใจใหม่ประเดิมรอบแรกที่หลุม 10 ได้เบอร์ดี้เร็วตั้งแต่หลุม 11 แต่ไปออกสามพัตต์เสียโบกี้ที่หลุม 12 ก่อนจะกู้สถานการณ์เก็บคืนมา 5 เบอร์ดี้ ซึ่งรวมถึงการระเบิดทรายข้างกรีนลงหลุม 17 และจบรอบแรกในฐานะผู้นำด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 65

อัมรินทร์ กรัยวิเชียร ที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตหลังเล่นอาชีพเป็นปีที่สองเปิดเผยว่า “ค่อนข้างพอใจครับ ผมคิดว่าสัปดาห์นี้สมาธิน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากสนามค่อนข้างแคบ พอจัดการตรงนั้นได้ก็ทำให้เกมโดยรวมค่อนข้างไหลรื่น เปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ค่อนข้างเยอะ กรีนก็เป็นอุปสรรคตรงที่ค่อนข้างเร็วและสโลปเยอะ แต่พอได้วางแผนขึ้นกรีนดีๆ พัตต์ลงบ้าง ลูกที่เซฟพาร์ก็สบายๆไม่ได้เครียดอะไร”

นักกอล์ฟวัย 24 ปีจากกรุงเทพฯ ยังได้กล่าวด้วยว่าเพิ่งจะเปลี่ยนก้านเหล็กและก้านเวดจ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ผลงานออกมาน่าพอใจ “จริงๆปีนี้ก่อนโควิดตีไม่ดีเลย พอหลังโควิดก็ตกไปรายการเดียว ที่เหลือเข้ารอบหมด เราก็คิดว่ามีความแน่นอนในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีการขึ้นไปลุ้นอะไรกับเขา ก็คิดว่าทำยังไงให้ดีกว่านั้น บังเอิญสัปดาห์ที่ไปเล่นที่ภูเก็ตแล้วคิดว่ามีข้อปรับปรุงได้เกี่ยวกับอุปกรณ์ ตอนแรกก็มีความเสี่ยงอยู่ แต่คิดว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปแล้วน่าจะทำได้ดีก็เลยลองที่จะทำ”

ตามหลัง 1 สโตรกที่สกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 66 ตามเข้ามาเท่ากัน 2 คน เป็น แสงชัย แก้วเจริญ นักกอล์ฟวัย 22 ปีจากกรุงเทพฯ ที่จบรอบแรกเก็บเข้ามา 5 เบอร์ดี้ 1 โบกี และ วรุณ เอี่ยมแก้ว โปรวัย 26 ปีจากพิษณุโลก ที่สตาร์ทรอบแรกด้วยการเสียสองโบกี้ซ้อน ก่อนแก้คืน 6 เบอร์ดี้รวด

แสงชัย แก้วเจริญ อดีตทีมชาติไทยที่เทิร์นโปรปลายปี 2018 ที่ผ่านมากล่าวว่า “วันนี้พอใจมากเลยครับ วันนี้เสิร์ฟค่อนข้่งดี อยู่แฟร์เวย์ค่อนข้่งเยอะ พออยู่แฟร์เวย์ก็เลยมีโอกาสตีเหล็กได้เยอะทำให้โอกาสเสียน้อยลง บวกกับพัตต์เก็บค่อนข้างดี ถือว่าเป็นสกอร์ที่พอใจมากๆ สนามนี้ตีอันเดอร์ได้ก็โอเคแล้วครับเพราะมันแคบมากๆ”

ส่วน วรุณ เอี่ยมแก้ว หนุ่มจากพิษณุโลก ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตเช่นเดียวกันเปิดเผยว่า “ตอนออกสตาณืทไปเหมือนแบบว่ายังไม่ค่อยลงเหล็กเท่าไหร่ ยังระแวงอยู่ พอเริ่มจับจุดได้ก็เริ่มตีแฟร์เวย์มากขึ้น วันนี้โดยรวมช็อตเดินทางครับ เพราะพอทีออฟดี ไดร์ฟเวอร์ดี ก็ทำให้ตีขึ้นกรีนได้ง่าย บวกกับพัตต์ดีด้วย วันนี้พัตต์ลงหลายหลุมมาก”

ทางด้าน ธงชัย ใจดี อดีตมือหนึ่งเอเชี่ยนทัวร์ 3 สมัยที่กลับมาลงเล่นไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในรอบ10 กว่าปี ประเดิมรอบแรกด้วยการหวดเข้ามา 3 อันเดอร์พาร์ 67 อยู่อันดับสี่ร่วมกับ ธาวิท พลไทย, ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม, ธนภัทร พิชัยกุล, ภาณุวิชญ์ อ่อนจู, อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์

ธงชัย ใจดี นักกอล์ฟวัย 50 ปี จากลพบุรีกล่าวถึงการกลับมาเล่นในไทยทัวร์ว่า “เราก็อยากมาซ้อม มาอยู่กับน้องๆ จะได้รู้ว่าศักยภาพของนักกอล์ฟสมัยนี้ดีขนาดไหน เกมวันนี้ก็ดีครับ สามอันเดอร์ถือว่าโอเคมากๆ เพราะสนามยาก เกมเล่นได้ตามแผนอยู่แล้วครับ เนื่องจากสภาพสนามมันค่อนข้างยาก ต้องวางแผนการเล่นหลายๆอย่าง โดยเฉพาะบนกรีน เพราะฉะนั้นถ้าเราบนกรีนเล่นได้ดี สกอร์ก็ต่ำ แต่ว่าเราก็โอเค ดูเอเวอเรจแล้วก็โอเคมันยากครับ ตีเข้าแฟร์เวย์ก็ยาก”

สรุปผลสิงห์-เอสเอที นครราชสีมา แชมเปียนชิพ (สนามพาร์ 70)
65 อมรินทร์ กรัยวิเชียร
66 แสงชัย แก้วเจริญ, วรุณ เอี่ยมแก้ว
67 ธาวิท พลไทย , ชลทิตย์ ชื่นบุญงาม, ธงชัย ใจดี, ธนภัทร พิชัยกุล,ภาณุวิทญ์ อ่อนจู, กัมลาศ นาเมืองรักษ์
68 วิสุทธิ์ อรรจนาวัฒน์, ศรัณย์ ศิริธร, ฉ่างไท้ สุดโสม, ภันกร อุทัยพัฒน์, กิตติพร ชวนะพงศ์, ฐิติพัศ เล็ม, เทพนคร ฝ่ายศูนย์