พล เขมรัตน์ นักกอล์ฟวัย 43 ปีจากกรุงเทพฯ ที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตหวดฝ่าสายฝนเก็บเพิ่มอีก 3 เบอร์ดี้แบบไม่เสียโบกี้ ก่อนจบรอบสอง 3 อันเดอร์พา์ 69 สองวันขึ้นไปนำบนคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์ 10 อันเดอร์พาร์ 134 ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพรายการสิงห์-เอสเอที เชียงใหม่ แชมเปียนชิพ 2022 ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท ณ สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ ระยะ 7,411 หลา พาร์ 72 จ.เชียงใหม่ ซึ่งการแข่งขันรอบสองเจอพายุฝนฟ้าคะนองจนไม่สามารถเล่นจบรอบได้

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขัน “สิงห์-เอสเอที เชียงใหม่ แชมเปียนชิพ 2022” ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านบาท โดยจัดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ โควิด-19 จากทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จากการสนับสนุนร่วมกันของ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท., กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ, น้ำดื่มสิงห์, บริดจสโตน และ อินฟินิท รายการนี้เป็นรายการที่เจ็ดของไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 2022 แข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุม ระหว่างวันที่ 24-27 2565 ณ สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ ระยะ 7,411 หลา พาร์ 72 จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาเป็นรอบสองของการแข่งขันซึ่งต้องเจอกับอุปสรรคฝนฟ้าคะนอง ส่งผลใ้ห้คณะกรรมการจัดการแข่งขันต้องยุติการแข่งขันชั่วคราวเป็นเวลานานถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที ทำให้นักกอล์ฟหลายคนไม่สามารถเล่นจบรอบได้ต้องกลับมาเล่นต่อในช่วงเช้าของวันที่ 26 ส.ค.ตามด้วยการคัดนักกอล์ฟ 60 อันดับและเสมอเข้าไปเล่นต่อในสองวันสุดท้ายและตามด้วยการแข่งขันรอบสามต่อไปในวันเดียวกัน

ในกลุ่มนักกอล์ฟที่เล่นจบรอบสองนั้น พล เขมรัตน์ นักกอล์ฟวัย 43 ปีจากกรุงเทพฯ ที่ออกสตาร์ตในฐานะผู้นำหลังจบรอบแรกเข้ามา 7 อันเดอร์พาร์ 65 เข้ารอบสองต้องเล่นท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายมาตลอดแต่ยังสามารถเก็บเพิ่มเข้ามาอีก 3 เบอร์ดี้โดยไม่เสียโบกี้แม้แต่หลุมเดียวก่อนจบรอบ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวมสองรอบขึ้นไปนำบนคลับเฮ้าส์ด้วยสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 13

พลที่กำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตเปิดเผยว่า “เกมวันนี้คล้ายๆเมื่อวานเลยครับ พยายามตีให้อยู่ในแฟร์เวย์ให้มาก แล้วไปลุ้นเอาที่พัตต์ด้วย สภาพสนามต่างไปเนื่อจากเมื่อวานไม่มีฝน แต่วันนี้เจอฝนตลอดตั้งแต่สตาร์ต ก็เลยทำให้เกมไม่ค่อยลื่นมากเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าโอเคครับ ตีอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจเลย มีช็อตที่ไดร์ฟผิดพลาดเหมือนกันแต่ก็พยายามรักษาสกอร์ให้อยู่ เป็นสองวันที่โอเคมาก ก็ยังต้องสู้กันอีกสองวัน”

ไล่หลังผู้นำบนคลับเฮ้าส์ 2 สโตรกตามเข้ามา 2 คน คือ จาตุรนต์ ดวงไพชุม นักกอล์ฟวัย 26 ปีจากอุดรธานี ที่หวดเข้ามา 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสองรอบมี 7 อันเดอร์พาร์ 137 เท่ากับ ธัญพัฒน์ สุขเกิด นักกอล์ฟวัย 18 ปีจากพิษณุโลกที่ทำเพิ่มเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 เช่นกัน

จาตุรนต์ ดวงไพชุม ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการแรกในชีวิตหลังเคยจบอันดับสองที่สิงห์ปาร์ค ขอนแก่น เมื่อปี 2017 เปิดเผยหลังจบรอบสองที่เก็บเข้ามา 5 เบอร์ดี้ 3 โบกี้ว่า “รอบนี้พยายามตีให้ได้เกมแบบเมื่อวาน พยายามตีให้อยู่แฟร์เวย์และออนให้เยอะ แฟร์เวย์ฮิตดีเหทือนเดิมพลาดไปเพียงสองหลุม พอใจในผลงานมากครับ แต่ยังมีปัญหาที่เหล็กนิดหน่อยเนื่องจากตีออนค่อนข้างน้อย”

ส่วน ธัญพัฒน์ สุขเกิด หนุ่มวัย 18 ปีจากพิษณุโลกที่ในรอบสองเก็บเข้ามา 4 เบอร์ดี้ 2 โบกี้เปิดเผยว่า “วันนี้มีความแตกต่างของสภาพสนามด้วยความที่ฝนตกทั้งคืนทำให้รอบเช้าเล่นค่อนข้างยากกว่าเมื่อวาน แต่เกมค่อนข้างดีทีช็อตอยู่แฟร์เวย์เยอะ ทำให้เซฟสกอร์ได้ง่าย โดยรวมถือว่าดีมากครับ สถิติค่อนข้างดีและทำได้อย่างที่คิด รอบแรกไม่ได้สกอร์จากพาร์ 5 วันนี้ก็วางแผนเปลี่ยนแผนได้สกอร์จากพาร์ 5 มากขึ้นครับ”

ทางด้าน ขวัญชัย แท่นนิล แชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 4 รายการวัย 36 ปีจากประจวบคีรีขันธ์ และเป็นนักกอล์ฟทำเงินสูงสุดของทัวร์คนปัจจุบันจบสกอร์รอบสองเข้ามาอีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสองวันมี 6 อันเดอร์พาร์ 137 โดยนักกอล์ฟจากหัวหินกล่าวว่า “วันนี้เกมโดยรวมถือว่าโอเคนะครับ ไดร์ฟอยู่ ตีเหล็กโอเคอยู่ แต่ก็มีหลุมที่ผิดพลาดนิดหน่อย เมื่อคืนเป็นตะคริวเกือบทั้งตัว มันก็มีผลบ้าง แต่ข้อดีก็เหมือนให้เราตีคอนโทรลบอล ตีให้เบาลง สำหรับรายการนี้ถือว่าโอเคมากครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ไดร์ฟไม่ดี แต่สองวันที่ผ่านมาถือว่าไดร์ฟดี”

ตามหลัง 1 สโตรกที่สกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 139 เป็น ตะวัน พงศ์พันธุ์ ที่ตีเข้ามาอีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 ขณะที่ วงศกร พิกุลสวัสดิ์ ที่เก็บเพิ่ม 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวมสองวัย 4 อันเดอร์พาร์ 140 และ ฐิติพรรษ์ ภาช่วยประคอง (70) กับ ภัทรภูมิ ปาจารย์ (ุ67) ผ่าน 36 หลุมมีคนละ 3 อันเดอร์พาร์ 141